วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

แนวโน้มสินค้าเทคโนโลยีปี 2010


ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า คิดถึงคุณผู้อ่านที่ติดตาม และถามไถ่กันมาทุกคนนะครับ แต่ด้วยภารกิจที่ค่อนข้างหนักเอาการ ก็เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเล่าเรื่องราวของแก็ดเจ็ตสนุกๆ ในนี้ พอดีว่า เมื่อปลายปีได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่หลายฉบับ เกี่ยวกับแนวโน้มของสินค้าเทคโนโลยีในปี 2010 ก็เลยนำมาฝากคุณผู้อ่านที่บล็อกแห่งนี้กันนะครับ

*******
คำถามว่า ปี 2010 ยูสเซอร์จะต้องพบเจออะไรบ้าง หนึ่งหนีไม่พ้น"คลื่นเน็ตบุ๊ก"ในทะเลพีซีที่เชื่อว่ายังไม่ตายง่ายๆ สองคือ"พายุแทปเล็ต"พีซีหน้าจอสัมผัสไร้คีย์บอร์ดที่ถูกมองว่าจะเป็นดาวรุ่ง พุ่งแรงแซงใครๆ สามคือ"กระแสเครื่องอ่านอีบุ๊ก"ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะโลกกระดาษนั้นเคลื่อนตัวเข้าสู่โลกดิจิตอลแล้ว สี่คือ"มนต์สะกดวินโดวส์ 7 และออฟฟิศ 2010" จากไมโครซอฟท์ที่เชื่อว่าจะสามารถสะกดคนทั้งโลกได้มากขึ้น

ห้าคือ"อาณาจักรทีวีเจนใหม่"ที่กล้าติดชิปคอมพิวเตอร์ไว้ภายใน บนเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าทีวีจะแฮงก์เหมือนคอมพิวเตอร์ หกคือ"อหังการเครือข่ายสังคม"ซึ่งทุกสำนักฟันธงว่าโซเชีย ลเน็ตเวิร์กกิงในปีหน้าจะเติบโตขึ้นอีก

เจ็ดคือ"ทอร์นาโดไฮสปีด"เชื่อว่าผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วในปี 2010 ซึ่งเท่ากับผู้ใช้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้นด้วย แปดคือ"สมาร์ทโฟนคำราม"เพราะเสียงคำรามกู่ร้องในสนามรบระหว่างไอโฟน-แบล็กเบอรี่-แอนดรอยด์ในปี 2010 จะดังกึกก้องจนสะเทือนไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ที่เก้าและสิบนั้นต้องบอกว่า"ยังไม่กล้าฟันธง" ได้แก่ "ทรีจี-ไวแมกซ์"ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเป็นรูปเป็นร่างอย่างไรในประเทศไทย รวมถึง"โลกใหม่เอ็มคอมเมิร์ซ"ที่จะยังต้องรอความชัดเจนอยู่

*****1. คลื่นเน็ตบุ๊กยังซัด

ปีที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กหรือพีซีพกพาตัวเล็กราคาประหยัด สามารถเติบโตได้เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปี 2010 ตลาดเน็ตบุ๊กก็จะยังเติบโตอยู่ แต่อาจไม่โตอู้ฟู้เพราะมีคู่แข่ง

สิ่งที่ชี้ว่าเน็ตบุ๊กจะยังเติบโตต่อไปคือการที่อินเทลเปิดตัวชิป Atom รุ่นใหม่นาม n450 ทำให้เน็ตบุ๊กมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถรองรับภาพยนตร์ความละเอียดสูงหรือ HD ได้แต่ยังไม่เต็มขั้น มีขนาดบางลง ในราคาสบายกระเป๋า แต่สิ่งที่ชี้ว่าคลื่นเน็ตบุ๊กจะไม่ซัดแรงจนเติบโตอู้ฟู้คืออินเทลนั้นระบุ ว่า ชิป n450 นั้นไม่ได้ผลิตมาสำหรับเน็ตบุ๊กอย่างเดียว แต่สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปอื่นๆได้ด้วย ทำให้แล็ปท็อปรุ่นอื่นสามารถหั่นราคาลงเพื่อแข่งกับเน็ตบุ๊กได้อย่างถึงพริก ถึงขิง

สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ประหยัดพลังงานพิเศษหรือ CULV เชื่อว่าจะเติบโตไม่รุนแรงในปี 2010 เพราะผู้ผลิตพีซีจะกดราคาเน็ตบุ๊กลงมาแย่งตลาด โดย CULV อาจครองส่วนแบ่งได้ 30% ในปีเสือ

อีกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีเสือ คือผู้บริโภคจะสับสนเรื่องสายผลิตภัณฑ์พีซีพกพามากขึ้นอีก เนื่องจากการกำเนิดของ"สมาร์ทบุ๊ก (Smartbook)" คอมพิวเตอร์ตัวเล็กเท่าเน็ตบุ๊ก (หน้าจอไม่เกิน 10 นิ้ว) แต่ใช้ชิป ARM ซึ่งนิยมใช้ในสมาร์ทโฟน รองรับไว-ไฟและ3G ต่ออินเทอร์เน็ตได้ บนราคาที่ถูกกว่าเน็ตบุ๊ก

สรุปแล้ว จากภาพที่มองว่าเน็ตบุ๊กใกล้จะสิ้นชีพในปีนี้ แท้จริงแล้วยังไม่แน่นอน เพราะต้องลุ้นผลการต่อสู้ระหว่างเน็ตบุ๊กกับโน้ตบุ๊ก CULV สมาร์ทบุ๊ก สมาร์ทโฟน และที่สำคัญคือ คอมพิวเตอร์แทปเล็ตที่เชื่อว่าจะเป็นกระแสแรงมากในปี 2010

****2. พายุแท็บเล็ต

แท็บเล็ตพีซีคือคอมพิวเตอร์พกพาที่หักฝาพับหน้าจอออกไป แล้วนำหน้าจอสัมผัสมาติดไว้ที่แทนคีย์บอร์ด น้ำหนักเบา หน้าจอราว 7-10 นิ้ว ขณะนี้สินค้ากลุ่มแทปเล็ตพีซีเริ่มออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแล้ว และได้รับกระแสตอบรับมากมาย

ทั้งหมดนี้ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าพีซีพกพาแต่ละชนิดจะโรมรันแข่งขันอย่างหนักในปี 2010 แต่ประเด็นที่จะยังเป็นคำถามสำหรับแทปเล็ตพีซีคือความเชื่อว่า ผู้บริโภคยังไม่ต้องการแท็บเล็ตพีซี เพราะประสิทธิภาพที่ไม่หนีจาก CULV เครื่องอ่านอีบุ๊ก และเน็ตบุ๊ก แถมราคาก็ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันไม่ได้

****3. กระแสเครื่องอ่านอีบุ๊ก

ปี 2010 ถูกมองว่าจะเป็นปีแห่งสงครามดิสเพลย์ หนึ่งในผู้ร่วมชิงชัยคือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีรีดเดอร์ (eReader) เชื่อว่ายอดขายอีรีดเดอร์จะทะลุ 6 ล้านเครื่องในปี 2010 บนฝีมือการผลิตของบริษัทไม่ต่ำกว่า 30 แบรนด์ แต่ละแบรนด์มีจำนวนมากกว่า 1 รุ่น

จุดเด่นของอีรีดเดอร์นั้นอยู่ที่การประหยัดพลังงาน เหมาะกับการแสดงผลตำรา อ่านง่าย รองรับไฟล์เอกสารได้หลากหลาย ล่าสุด มีรายงานว่าโรงงานผลิตหน้าจอในประเทศไต้หวันลงมือผลิตจออีอิงค์ชนิดใหม่ที่ มีราคาถูกลง ทำให้เชื่อว่าอุปกรณ์อีรีดเดอร์ทั้งหลายจะมีราคา 99 เหรียญในปีหน้า จากที่ปัจจุบันมีราคาราว 259 เหรียญ

อย่างไรก็ตาม อีรีดเดอร์นั้นมีความสามารถที่จำกัด ค้านกับคำพูดของเจ้าพ่อสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลที่บอกว่าอุปกรณ์ไอทีต้องทำได้หลายอย่าง ทำให้อนาคตของอีรีดเดอร์ยังมีภาพหมอกปกคลุมอยู่ แถมยังมีข้อจำกัดเรื่องการเปลี่ยนหน้าช้า และยังไม่มีจุดขายที่แข็งพอจะสู้กับคู่แข่งรายอื่นในสงครามดิสเพลย์ ซึ่งยังต้องรอลุ้นว่าอีรีดเดอร์จะแจ้งเกิดได้ในปี 2010 หรือไม่

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของอีรีดเดอร์คือการรวมอีรีดเดอร์และแท็บเล็ตพีซี ไว้ด้วยกัน ออกมาในรูปอีรีดเดอร์จอสี 2 จอ หนึ่งในสองจอสามารถต่ออินเทอร์เนตเพื่อเลือกไฟล์อีบุ๊ก

นอกจากนี้ กระแสอีรีดเดอร์ยังปรากฏในอุปกรณ์อื่นๆด้วย นั่นคือโปรแกรมอีรีดเดอร์บนอุปกรณ์พกพาที่ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งได้ เช่น โปรแกรมคินเดิลฟอร์ไอโฟน เป็นต้น ซึ่งเมื่อสังเกตให้ดีจะพบว่าแพลตฟอร์มอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และอินฟราสตรัคเจอร์ คือพื้นฐานที่สอดคล้องกันของ Gadget ในปี 2010

****4. มนต์สะกดวินโดวส์เซเว่น

สำนักวิจัยไอดีซีเชื่อว่าปี 2010 ผู้ใช้วินโดวส์เซเว่นจะเติบโตรวดเร็วมากจนมีสัดส่วน 50% เมื่อเทียบกับผู้ใช้ทั่วโลก วินโดวส์เซเว่นจึงเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่จะมาแน่นอนในปี 2010

แม้จะมีการใช้งานวินโดวส์เซเว่นแพร่หลาย แต่ปี 2010 จะเป็นปีที่หลายบริษัทพร้อมใจกันออกบริการคลาวด์คอมพิวติง ที่มีแนวคิดหลักว่าผู้ใช้จะเก็บข้อมูลไว้ที่ใดก็ได้ ใช้ข้อมูลได้ไม่สิ้นสุด และสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา ปี 2010 จึงเชื่อว่าพฤติกรรมการใช้ซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนแปลงชัดเจนยิ่งขึ้นในปีนี้ จากการติดตั้งซอฟต์แวร์ลงในเครื่อง มาเป็นการเรียกใช้ซอฟต์แวร์จากอินเทอร์เน็ตแทน

ไมโครซอฟท์จึงต้องรับศึกการต่อสู้ระหว่างโลกเดสก์ท็อปและโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยการเปิดตัวบริการ Azure (อะซัวร์) บริการคลาวด์คอมพิวติงที่อาจจะร่วมเป็นอีกแรงสะกดผู้บริโภคในปี 2010

คู่ต่อสู้ตัวแม่ของไมโครซอฟท์ในปีนี้หนีไม่พ้นกูเกิล ที่กำลังจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการออนไลน์ของตัวเองในชื่อ ChromeOS กูเกิลระบุว่าโอเอสของตัวเองสามารถทำงานได้ดีบนคอมพิวเตอร์พกพาทั้งเน็ตบุ๊ก และแทปเล็ตพีซี เท่ากับกูเกิลขอมีเอี่ยวในกระแสคอมพ์พกพาที่เชื่อว่าจะเชี่ยวกรากในปี 2010 อย่างเต็มตัว

กูเกิลมองว่าผู้ใช้แล็ปท็อป จะกลายพันธุ์เป็นผู้ใช้เน็ตบุ๊ก ขณะที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นผู้ใช้แทปเล็ตพีซี
****5. อาณาจักรทีวีอินเทอร์เน็ต

ตลาดทีวีอินเทอร์เน็ตในปี 2010 เชื่อว่าจะมีความคึกคักสุดขีด เพราะนอกจากความสะดวกสบายจากการเล่นอินเทอร์เน็ตบนทีวีจอยักษ์ การตอบโจทย์เรื่องข่าวอัปเดทล่าสุดจากสถานีข่าวในประเทศไทย (เนชันจับมือกับซัมซุง) วิดเจ็ทสารพัดประโยชน์บนหน้าจอทีวี และตัวคอนเทนท์วิดีโอบนอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ที่มีคุณภาพและมีความหลากหลายไม่ต่างจากคอนเทนท์บนทีวี ล้วนเสริมบารมีให้ทีวีอินเทอร์เน็ตเติบโตในปี 2010 อย่างต่อเนื่อง

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับทีวี 3 มิติอย่างแว่นตาก็เชื่อว่าจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2010 ซึ่งล่าสุดมีการผลิตแว่นตา 3 มิติแบบไฟฟ้าด้วย คุณสมบัติคือการปรับเป็นภาพ 3 มิติให้อัตโนมัติ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าแบบไร้ไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องปรับสายตาเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการเปิดตัวทีวี 3 มิติเพื่อเร่งทำตลาดในปี 2010 ของค่ายปลาดิบเช่น พานาโซนิก และโซนี่ ขณะที่ผู้ผลิตฝั่งเกาหลีระบุว่าจะมุ่งพัฒนาระบบกระจายสัญญาณภาพโทรทัศน์ 3 มิติเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับอรรถรสสมจริงจากจอแก้วที่บ้าน

****6. อหังการเครือข่ายสังคม

เมื่อทุกอุปกรณ์ไอทีในปี 2010 ล้วนมีฟังก์ชันเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยืนพื้น การขยายตัวของโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือเครือข่ายสังคมจึงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น เพราะเมื่ออินเทอร์เน็ตพร้อมเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็พร้อมจะอัปเดทคอนเทนท์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเท่านั้น

ที่สำคัญ คอนเทนท์ที่เติบโตรวดเร็วจะมีผลต่อเสิร์ชเอนจิ้นหรือระบบค้นหาข้อมูลออนไลน์ในปี 2010 ด้วย เนื่องจากเสิร์ชเอนจินรายใหญ่อย่างกูเกิลและบิง ประกาศจับมือกับเครือข่ายสังคมทั้งเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์เพื่อให้ชาวออนไลน์สามารถเสิร์ชพบข้อมูลอัปเดทนาทีต่อนาทีในเครือข่ายสังคมได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรียลไทม์เสิร์ชในอนาคต

นอกจากเรียลไทม์เสิร์ช เชื่อว่าเครือข่ายสังคมจะให้กำเนิดตลาด"เรียลไทม์ช็อปปิ้ง" ในปี 2010 ด้วย เช่น การขายของผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อได้เลยขณะโฟลโลว์ เป็นต้น

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ใช้เฟสบุ๊กทั้งสิ้น 1.6 ล้านคน และผู้ใช้ทวิตเตอร์ 30,000 คน คาดว่าจะมีการเติบโตราว 3 เท่าตัวในปี 2010

****7. ทอร์นาโดไฮสปีด

ทิศทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนั้นมาแรงมากในปี 2010 สถิติผู้ใช้ในประเทศไทยบรอดแบนด์ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 2 ล้านรายแล้ว คาดว่าจะมีอัตราขยายตัวเกิน 3 ล้านรายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในประเทศไทยขณะนี้คือ 30Mbps

เมื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแพร่หลาย สิ่งที่จะเกิดคือความนิยมเรื่องไฟล์แชร์ริ่ง โดยเฉพาะการโหลดบิต ขณะเดียวกัน ภัยออนไลน์ทั้งภัยบ็อตเน็ตและหนอนคอมพิวเตอร์ก็จะหนักขึ้นด้วย โดยในปี 2010 เชื่อกันว่าโปรแกรมให้ผู้บริโภคสร้างมัลแวร์เองจะได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น รวมถึงภัยเมลหลอกลวงให้ช่วยเหลือสังคม และภัยคุกคามบนอุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เช่น ไอโฟน ก็เชื่อว่าจะมีความเสียหายหนักกว่าเดิม

โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะช่วยกระตุ้นตลาดสมาร์ทโฟนทั้งแอนดรอยด์ และไอโฟน แต่ก็จะกระตุ้นให้มีการขโมยทรัพยากรเครือข่ายมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ไวรัสบนเครือข่าย, ไวรัสบนวินโดวส์เซเว่น และไวรัสบนแมคอินทอชก็คาดว่าจะวาดลวดลายหนักข้อขึ้นในปี 2010

****8. สมาร์ทโฟนคำราม

เชื่อขนมกินได้เลยว่าสมาร์ทโฟนในปี 2010 จะแข่งขันดุเดือดกว่าทุกปีที่เป็นมา มีการคำนวณว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ไม่ต่ำกว่า 50 เครื่องจะพากันแจ้งเกิดในปี 2010 พร้อมกับมีข่าวลือว่าไอโฟนรุ่น 4G จะแจ้งเกิดในเดือนกรกฏาคม 2010 โดยปรับให้มีกล้องดิจิตอลด้านหน้า พร้อมหน้าจอสว่างกว่าเดิม กล้อง 5.2 ล้านพิกเซล รองรับบลูทูธ

คำถามที่เกิดขึ้นคือเมื่อแอนดรอยด์และไอโฟนมาแรง ยักษ์ใหญ่โนเกียจะออกหัวก้อยอย่างไรต่อไป เป็นอีกเรื่องที่โลกต้องลุ้นกันในปี 2010 ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ก็ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่าวินโดวส์โมบายล์ 7 จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ปี 2010 ความล่าช้าที่เกิดขึ้นย่อมมีผลต่อการทำตลาดของไมโครซอฟท์ด้วย

ในส่วนของตลาดแอปพลิเคชัน ตลาดแอนดรอยด์ถูกประเมินว่าจะมี 80,000 แอปพลิเคชันในปี 2010 จาก 20,000 แอปพลิเคชันในปี 2009 เทียบกับไอโฟนที่มีอยู่แล้วเกิน 100,000 แอปพลิเคชัน

บริษัทวิจัยตลาดประเมินกันว่าสมาร์ทโฟนจะมีสัดส่วนตลาดราว 38% ของตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในปี 2013 เพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2009

***9. Real 3G ยังไม่เห็น

ขณะนี้ ผู้บริโภคชาวไทยบางส่วนเริ่มได้เห็นบริการอินเทอร์เน็ต 3G จากโอเปอเรเตอร์บางค่ายแล้ว คาดว่าจะได้เห็นบริการเพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2010 อย่างไรก็ตาม บริการประเภท Real 3G หรือบริการ 3G แบบของแท้บนคลื่นความถี่ 2100 MHz นั้นจะเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ทันปลายปี 2010 แน่นอน เนื่องจากโอเปอเรเตอร์จะต้องใช้เวลาติดตั้งระบบอย่างน้อย 6 เดือนหลังได้รับใบอนุญาตหรือไลเซนส์ 3G ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงกำหนดการอนุมัติไลเซนส์อย่างเป็นทางการ

****10. โลกใหม่เอ็มคอมเมิร์ซ

เอ็มคอมเมิร์ซ หรือ M-Banking บริการการเงินบนโทรศัพท์มือถือนั้นถูกมองว่าเป็นเทรนด์แรงของโลกในทุกๆปี แต่กลับไม่มีอิทธิพลเท่าที่ควรในประเทศไทยตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ทุกธนาคารจะมีให้บริการแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่เสมอคือความมั่นใจผู้บริโภค และพฤติกรรมการซื้อของคนไทยที่ไม่เอื้ออำนวย

ฉะนั้น ความชัดเจนว่ากระแสอินเทอร์เน็ตร้อนแรงในปี 2010 จะช่วยกระตุ้นให้บริการการเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เติบโตยิ่งขึ้น จึงถูกสั่นคลอนเพราะความไม่มั่นใจของผู้บริโภค เอ็มคอมเมิร์ซในปีนี้จึงยังไม่มีทิศทางชัดเจนว่าจะมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าใด

ขอบคุณ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ที่ช่วยถ่ายทอดคำสัมภาษณ์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ และขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ยังคิดถึงกันอยู่ หวังว่า สักวัน ผมจะได้มีโอกาสมาอัพเดตเรื่องราวสนุกๆ ให้ได้ติดตามกันอีกนะครับ

Read more!

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

สาวน้อยนักล่าแลปทอป


มาอีกแล้วกับโฆษณาชุด I'm PC คราวนี้ขยับขึ้นมาเป็นเรื่องของ "ลอว์เรน" สาวสวยที่กำลังมองหาแลปทอปสักเครื่อง ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่เธอต้องการ โดยเฉพาะคีย์บอร์ดที่พิมพ์ได้สบายมือกับหน้าจอขนาด 17 นิ้ว และที่สำคัญที่สุดต้องมีราคาต่ำกว่า 1,000 เหรียญฯ และแล้วเรื่องราวการตามล่าหาแลปทอปที่เธอต้องการก็เริ่มต้นขึ้น


โฆษณาชุดนี้ต้องการโจมตีจุดอ่อนของแอปเปิ้ล โดยเฉพาะเรื่องของ"ราคา" ซึ่งลอว์เรนพบว่า ในงบประมาณจำกัด แอปเปิ้ลไม่สามารถให้คำตอบได้ เรียกได้ว่า ต้องจ่ายอีกเท่าตัวกันเลยทีเดียว ในขณะที่เมื่อเข้าไปในร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เธอก็พบกับคำตอบที่ต้องการตรงตามสเป็กและงบประมาณ นั่นคือ แลปทอป HP ที่มีราคา 699.99 เหรียญฯ ซึ่งเธอแฮปปี้มากๆ และเช่นเคยที่จะต้องจบท้ายด้วย I'm PC เหตุผลที่ง่ายแสนง่าย(เหมือนผู้ซื้อโน้ตบุ๊กในงานคอมมาร์ต)ก็คือ เธอได้สิ่งที่เธอต้องการ(สมราคา)นั่นเอง...กับเศรษฐกิจอย่างนี้ ดูเหมือนครั้งนี้ไมโครซอฟท์จะยิงแอดฯได้ตรงเป้าเข้าประเด็นดีจริงๆ

<a href="http://video.msn.com/?mkt=en-US&playlist=videoByUuids:uuids:0bb6a07c-c829-4562-8375-49e6693810c7&showPlaylist=true&from=shared" target="_new" title="Laptop Hunters $1000 &#8211; Lauren Gets an HP Pavilion">Video: Laptop Hunters $1000 &#8211; Lauren Gets an HP Pavilion</a>

แหล่งข้อมูล: newlaunches

Read more!

ทำไม? รถยนต์อียิปต์มี 5 ล้อ


ในขณะที่ทั่วโลกพยายามคิดสร้างสรรค์ Gadget มากมายสารพัดให้กับรถยนต์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับเวลาต้องจอดเข้าซองข้างทางระหว่างรถยนต์คันอื่นๆ (parallel parking)ไม่ว่าจะเป็นกล้องวิดีโอจับภาพด้านหลังให้เห็น สัญญาณเสียงเตือนก่อนชน หรือแม้แต่เซ็นเซอร์ต่างๆ ซึ่งช่วยให้การจอดในลักษณะดังกล่าวง่ายขึ้น แต่บางครั้งไอเดียที่ง่ายที่สุดกลับให้คำตอบที่น่าทึ่งอย่างเหลือเชื่อ ที่สำคัญมันเกิดขึ้นในที่ๆ คุณไม่คาดว่าจะได้พบเห็นไอเดียนี้อย่างแน่นอน


เช้านี้ผมมีคลิปวิดีโอการปรับแต่งรถยนต์ที่เท่มากๆ มาฝากกันครับ ผมไม่รู้หรอกนะครับว่า ใครเป็นเจ้าของไอเดีย เพราะไม่ได้มีการให้รายละเอียดอะไรเลย นอกจากไตเติลที่บอกว่า สิ่งประดิษฐ์ใหม่ในอียิปต์(Egypt)ซึ่งเป็นไอเดียที่ฉลาดมาก ด้วยการเพิ่มล้อที่ 5 ที่วางตัวตั้งฉากกับสองล้อหลัง เวลาจอด เจ้าล้อที่ว่านี้จะยกท้ายรถให้สูงขึ้นแล้วหมุนเข้าหาขอบถนน โดยใช้หน้ารถเป็นจุดหมุน ซึ่งนอกจากจะช่วยจอดแบบนี้แล้ว มันยังทำให้คุณสามารถเปลี่ยนเส้นทางเลี้ยวออกในขณะรถติดได้อีกด้วย ผมชอบไอเดียแบบนี้จัง มันง่ายจนไม่น่าเชื่อ เห็นแล้วนึกถึงเรื่องเล่าขำๆ ที่ว่าสหรัฐฯทุ่มเงินนับล้านเหรียญฯ เพื่อคิดค้นปากกาที่สามารถเขียนได้ในสภาพไร้น้ำหนักสำหรับใช้บนยานอวกาศ ในขณะที่เวียดนามใช้"ดินสอ" หรือเรื่องของโรงงานในจีนที่ใช้พัดลมเป่ากล่องเปล่าที่เกิดข้อผิดพลาด เนื่องจากไม่ได้บรรจุสินค้าไว้ภายในให้กระเด็นออกจากสายพานแทนการใช้เซ็นเซอร์เอ็กซเรย์กล่องให้เปลืองเงิน Simply the best จริงๆ


แหล่งข้อมูล: youtube

Read more!

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

สัมผัสแห่ง Windows 7


ผมเองได้มีโอกาสสัมผัส Windows 7 บ้างแล้วเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ลองใช้อย่างจริงจัง แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันดูเรียบง่ายไม่หวานเย็นเท่า Vista แถมยังรู้สึกว่าจะทำงานเร็วกว่าด้วยซ้ำ เครื่องที่ใช้ก็ไม่ต้องแรงมากเกินไปจริงๆ ล่าสุดบล็อกเกอร์ของทีมพัฒนา Windows 7 เพิ่งจะปล่อยวิดีโอแสดงความสามารถในการใช้งานระบบสัมผัสออกมา ซึ่งดูแล้วทำให้โอเอสตัวนี้มีอนาคตมากขึ้นไปอีก



เข้าใจว่า เทคโนโลยี Windows Touch บน Windows 7 น่าจะมาจาก Microsoft Surface แต่มีการขยายคอนเซปต์ในการใช้งานมากขึ้นไปอีก แบบว่า ใครที่ใช้ iPhone จะสามารถใช้งานโอเอสตัวนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องเสียเวลาทำความคุ้นเคยกับระบบหลายสัมผัสเลย สำหรับฟังก์ชันที่ชื่่นชอบเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นการ copy & paste ข้อความที่ทำได้ง่ายมาก หรือจะเป็นการลากและวางไฟล์ที่ใช้นิ้วจิ้ม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สองนิ้ว เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเช่น คอนเท็กซ์เมนู(คลิกขวา) การซูมภาพ เลื่อนหน้าจอแทนสกอลบ๊อกซ์ เป็นต้น ลองดูคลิปที่นำมาฝากดีกว่าครับ รับรองว่า หลายๆ ท่านคงอยากใช้เหมือนผมแน่นอน :p

<br/><a href="http://video.msn.com/video.aspx?vid=891c68b3-a534-4159-b6b2-8e4ac56b6890" target="_new" title="Windows 7 Touch Gestures">Video: Windows 7 Touch Gestures</a>

แหล่งข้อมูล: msdn

Read more!

มือถือไม้จิ้มฟันยันเรือรบ


คราวนี้มาดูไอเดียมือถือเว่อร์ๆ กันบ้างดีกว่าครับ มันมีชื่อว่า Pomegranate NS08 ซึ่งมีสีสันและรูปร่างคล้ายทับทิมตามชื่อเรียกของมันนั่นล่ะ แต่ความแปลกของมันไม่ได้มีแค่นั้น ไอเดียมือถือรุ่นนี้ดูแล้วคล้ายกับมีดสารพัดประโยชน์ Swiss Army Knife ตัวเครื่องเป็นหน้าจอระบบสัมผัสที่เปลี่ยนอินเตอร์เฟสตามฟังก์ชันที่ใช้งาน ตัวเครื่องบางเฉียบ แต่ภายในพกพาคุณสมบัติมากมายจนเหลือเชื่อ


Pomegranate NS08 นอกจากจะเป็นมือถือ อีเมล์ และบราวเซอร์แล้ว มันยังมีฟังก์ชันโปรเจกเตอร์ (ปัจจุบันฟังก์ชันนี้มีในมือถือรุ่นใหม่แล้ว) เพื่อฉายสไลด์ หรือภาพยนต์ ตามมาด้วยระบบแปลภาษาที่สามารถพูดผ่านตัวเครื่อง แล้วให้มันแปลเป็นภาษาที่ต้องการ ส่งเสียงออกมาทางลำโพงได้ทันที (คล้ายวุ้นแปลภาษาของโดราเอมอนเลย) Google มีระบบค้นหาโดยการสั่งด้วยเสียงได้แล้ว ขณะเดียวกันระบบการแปลภาษาก็กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ดูไม่น่าจะเป็นเรื่องโม้ เชื่อว่า ในชั่วอายุขัยคงได้มีโอกาสเห็นของจริง ฟังก์ชันที่เหลือดูตลกแล้วล่ะครับ เพราะมันสามารถใช้เป่าแทนเครื่องดนตรี ฮาร์โมนิก้า ได้ ชงกาแฟได้ แถมยังใช้โกนหนวดในระหว่างสนทนาได้อีกต่างหาก


แต่ก่อนที่คุณผู้อ่านจะฝันไปไกลกว่านี้ ขอเฉลยก่อนดีกว่าครับ คลิปที่เห็นนี้เป็น viral marketing ที่จัดทำ เพื่อโปรโมท Nova Scotia ในแคนาดา ซึ่งนั่นหมายความว่า มือถือรุ่นนี้ไม่มีอยู่จริง ก็แหงล่ะ อะไรมันจะเว่อร์ขนาดนั้น แต่ผมเชื่อว่า ไอเดียเหล่านี้คงจะเป็นประเด็นถกเถียงในบริษัทมือถือกันหมดแล้วล่ะ เอาเป็นว่า ดูเพลินๆ แก้เซ็งการเมืองกับเรื่องเศรษฐกิจวันนี้ก็แล้วกันนะครับ


แหล่งข้อมูล: trendhunter

Read more!

ตู้หยอดเหรียญ "พิซซ่า"


เมื่อวานเพิ่งเล่าสู่กันฟังถึงแคมเปญจ์การตลาดในแดนปลาดิบที่รวมฮิปของชอบ เพื่อสร้างปรากฎการณ์ใหม่ นั่นก็คือ ตู้หยอดเหรียญชาเขียวสอดใส้ตุ๊กตาหมีแพนด้า มาเช้านี้ผมมีเรื่องของตู้หยอดเหรียญมาฝากกันอีกแล้ว แต่คราวนี้เป็นบริการอาหารยอดฮิตในอิตาลีที่หลายคนอาจไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะมันคือ Let's Pizza ตู้หยอดเหรียญพิซซ่า (pizza vending machine) นั่นเอง


จำได้ว่า เคยเห็นคลิปตู้หยอดเหรียญพิซซ่ามาได้สองสามปีแล้ว ซึ่งเป็นการเปิดตู้ออกมาให้เห็นกระบวนการทำที่อยู่ภายในตั้งแต่แผ่นแป้งสำเร็จรูป(แช่แข็งไว้แล้ว)ที่รอโรยขีสและหน้าตามที่ต้องการ ก่อนจะอบด้วยความร้อนให้สุกกรอบน่ารับประทาน ก่อนจะปล่อยลงกล่องแล้วให้สายพานเลื่อนมันไปยังช่องรับด้านหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้สั่งซื้อที่ยืนอยู่หน้าตู้จะไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเครื่อง

แต่สำหรับ Let's Pizza ตู้หยอดเหรียญพิซซ่ารุ่นล่าสุด ได้พัฒนาการทำงานให้เหนือกว่านั้น ซึ่งดูแล้วเหมือนมีพ่อครัวทำพิซซ่าซ่อนอยู่ภายในตู้เลย โดยสามารถทำพิซซ่าใหม่สดตั้งแต่ตัดชิ้นแป้งเป็นวงกลมตามขนาดที่ต้องการ(มีให้เลือก 4 ขนาด)ภายใน 3 นาที ประเด็นที่น่าสนใจกว่าก็คือ ตู้รุ่นนี้จะไม่ใช่แผ่นแป้งสำเร็จรูป แต่มันจะเตรียมทุกอย่างแบบสดๆ กันเลย ตั้งแต่ส่วนผสมทีทำแผ่นแป้งทั้งตีผสมไปจนถึงรีดเป็นแผ่นบางก่อนที่จะตัดเป็นวงกลมราดซอร์สทั่วหน้า โรยส่วนผสมต่างๆ และอบให้สุก สนนราคาแค่ 5 เหรียญฯ (ประมาณ 180 บาท)เท่านั้น โดยความสนุกที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้บริการนี้ก็คือ การได้มองเห็นกระบวนการทำงานที่อยู่ภายในผ่านทางช่องกระจกด้านหน้านั่นเอง


แหล่งข้อมูล: seriouseats

Read more!

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

ตุ๊กตาแพนด้าในขวดชาเขียว


เผอิญได้ไปพบเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่งที่นำเสนอแคมเปญจ์ของ"นะมะฉะ"ชาเขียวจากคิริน ซึ่งเมื่อสามปีก่อนใช้วิธีสร้างแบรนด์(และยอดขาย)ด้วยการแจกของที่ระลึกสะสมเป็นตุ๊กตาแพนด้า(แมสคอทของนะมะฉะ)ตัวจิ๋วแสนน่ารัก ล่าสุดทางบริษัทได้ออกแคมเปญจ์ใหม่ขึ้นมา โดยการรวมเอาสิ่งชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน นั่นคือ ชาเขียว ตุ๊กตาคิขุ และตู้หยอดเหรียญฯ


สำหรับแคมเปญจ์นี้ทางบริษัทเลือกใช้สถานีชิบูย่าในการปล่อยของ โดยหลังจากปล่อยโฆษณาทางทีวี และ Instore Media เป็นตัวกระตุ้นความสนใจให้ผู้ชมเกิดความอยากได้เจ้าตุ๊กตาที่ว่านี้ จากนั้นนำตุ๊กตาแพนด้าที่อยู่ในชาเขียวไปใส่ไว้ในตู้หยอดเหรียญฯ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการได้ลุ้นกันว่าจะได้ Panda Sensei ในขวดชาเขียวที่มีจำนวนจำกัด หรือไม่? ฟังดูน่าสนุกดีนะครับ ส่วนตัวผมชอบไอเดียที่เป็นการผนึกรวมสินค้า ความชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ เข้ากับพฤติกรรมการใช้บริการตู้หยอดเหรียญฯ แถมเร่งยอดขายด้วย limted edtion ได้อีกด้วย คิดได้ไงเนี่ย? ไอเดียของแคมเปญจ์ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อสองปีที่แล้ว ในบราซิลมีแคมเปญจ์ไอติมไอพอด เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มอีกนับล้านแท่งในช่วงหน้าร้อนด้วยการใส่ไอพอดชัฟเฟิลเข้าไปในซองไอติมแช่แข็ง 10,000 เครื่อง(แท่ง)สุดยอดไอเดียเลยนะครับ ว่าแต่ "นะมะฉะ" ออกเสียงคล้ายคนญี่ปุ่นที่พยายามจะพูดคำว่า "น้ำชา" เลยว่ามะ?




แหล่งข้อมูล: cscoutjapan

Read more!

น้ำ"ตัด"ไอพอดได้หรือไม่?


เชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกับรายการ "Will It Blend" ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องปั่นจอมพลัง Blendtech กันไปแล้วนะครับ โดยเฉพาะตอนที่พี่แกปั่น iPhone 3G ให้กลายเป็นผุยผง เล่นทำเอาหลายคนใจสลายไปตามๆ กัน น่าเสียดายสุดๆ เช้านี้ผมมีรายการแนวเดียวกันนี้มาฝากครับ ชื่อว่า "Can Water Cut It?" จากบริษัท Flow International Corp.ที่นำเสนอเรื่องราวได้น่าสนุกไม่แพ้กัน แต่แนวทางอาจจะติงต๊องไปสักนิดนึง :p


แนวคิดที่ใกล้เคียงกันนี้เกิดจากผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทนั่นเอง ซึ่งก็คือ Flow Waterjet หรือเครื่องตัดแรงดันน้ำ ทีใช้การยิงกระแสน้ำด้วยความแรงสูงให้เป็นเส้นตรงขนาดเล็กต่อเนื่องกันไปจนสามารถตัดสิ่งของต่างๆ ได้ ว้าว!!! โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้นำเสนอการตัดโน้ตบุ๊ก หัวไม้กอล์ฟที่ทำจากไททาเนียม หรือแม้แต่เครื่องปั่นให้ขาดเป็นสองท่อนได้อย่างสบายๆ คราวนี้ถึงเวลาตัด iPod ให้กลายเป็นสองเท่าด้วย H2O ความจริงเจ้าเครื่องตัดที่ว่านี้สามารถใช้ตัดเจาะชิ้นส่วนโลหะให้ได้ตามรูปแบบที่ต้องการได้อีกด้วย แต่การประชาสัมพันธ์ผ่าน Viral Clip ในลักษณะนี้ นอกจากจะสนุกแล้ว มันยังมีการส่งต่อให้ได้ชมกันมากมายอีกด้วย ลงทุนน้อยกว่าสื่ออื่น แต่ได้ผลในการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคได้คุ้มค่าทีเดียว


แหล่งข้อมูล: hackedgadgets

Read more!

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552

"คีย์บอร์ดพีซี"ดูดีกว่าที่คิด


ความจริง Asus Eee PC Keyboard ได้ถูกเผยโฉมในงาน CEBIT ที่ผ่านมาแล้ว แต่ที่ผมเพิ่งจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็เนื่องจากว่า เพิ่งได้เห็นคลิปที่แสดงในงานดังกล่าวเผยแพร่ออกมา โดยคาดว่าจะวางตลาดได้ในเดือนพฤษภาคม สำหรับคุณผู้อ่านที่อาจจะยังไม่ทราบมาก่อน ข้อมูลเบื้องต้นของ Gadget ชิ้นนี้ก็คือ มันคีย์บอร์ดมาตรฐานกว้าง 5 นิ้วที่ซ่อนพีซีไว้ภายใน โดยมาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ครบถ้วน ทำงานด้วยซีพียู Intel Atom และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP สนับสนุนการเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย WiFi แถมยังสามารถทำงานร่วมกับจอแบบไร้สายด้วย Wireless HDMI และที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ มาพร้อมกับจอทัชสกรีนขนาด 5 นิ้วที่อยู่ด้านข้างอีกด้วย สนนราคาอยู่ระหว่าง 400-600 เหรียญฯ(ประมาณ 14,000-21,000 บาท)ครับ



แหล่งข้อมูล: umpcportal

Read more!

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552

เธอเล่นเกมโดยไม่ต้องดูจอ!!!


เช้านี้มาดูอัจฉริยะภาพของเกมไอดอลจากแดนปลาดิบที่ไม่ได้แค่มีความน่ารักเท่านั้น แต่เธอยังมีทักษะการเล่นเกมที่เห็นแล้วคุณต้องทึ่งอีกด้วย โดยรายการโทรทัศน์ในญีปุ่นได้แพร่ภาพฮารูนะอันโนะเล่นเกม Super Mario Bros ในเลเวลแรกผ่านตลอดทั้งเกมได้ โดยไม่ต้องมองหน้าจอเลย อาศัยแค่ประสาทการได้ยินและจังหวะการใช้นิ้วกดจอยแพดที่แม่นยำของเธอเท่านั้น...สุดยอด!!!


ต้องถือได้ว่า ฮารูนะ เป็นเกมเมอร์ขั้นเทพเลยทีเดียว เพราะในห้องของเธอเต็มไปด้วยเครื่องเล่นเกมรุ่นต่างๆ ตั้งแต่อดีตเต็มชั้นวางที่ดูน่าจะสูงกว่าตัวเธอซะอีก สังเกตเห็นมีเกมกดที่คุณผู้อ่านบางท่านคุ้นเคยอีกด้วย ไม่นับรวมตลับเกมที่มีอยู่อีกมากมาย เธอเคยเล่นเกมอย่าง Chrono Trigger นานต่อเนื่องถึง 36 ชั่วโมง นอกจากนี้เธอยังเล่นเกม Street Fighter IV จนสถิติบนออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแสดงรอบการต่อสู้ของเธอทั้งสิ้น 178 ครั้ง แพ้ 36 ครั้งเท่านั้น(ชนะ 83.13%) สมกับเป็นเกมไอดอลจริงๆ เลยนะเนี่ย


แหล่งข้อมูล: youtube

Read more!